Janjaras Group

January 12, 2026

ถุงซีลสุญญากาศ มีกี่แบบ เลือกอย่างไรให้ตอบโจทย์การยืดอายุอาหารมากที่สุด

ถุงซีลสุญญากาศ มีกี่แบบ เลือกอย่างไรให้ตอบโจทย์การยืดอายุอาหารมากที่สุด

ไม่ว่าคุณจะเป็นผู้ประกอบการธุรกิจอาหาร หรือพ่อบ้านแม่บ้านที่ต้องการถนอมอาหารไว้ทานเอง “อากาศ” คือตัวปัญหาที่ทำให้อาหารเสื่อมสภาพเร็วกว่าที่ควร สาเหตุหลักมาจากในอากาศนั้นเต็มไปด้วย ออกซิเจน และ ความชื้น ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่กระตุ้นให้จุลินทรีย์เจริญเติบโตส่งผลให้อาหารเน่าเสีย เกิดกลิ่นเหม็นหืน สีเปลี่ยน สูญเสียรสชาติและคุณภาพดั้งเดิมไป

ด้วยเหตุนี้หลายคนจึงมองหาตัวช่วยเช่น ถุงซีลสุญญากาศ (vacuum bag) (หรือที่มักค้นหาด้วยคำว่า ถุงสูญญากาศ และ ถุงศูนย์ยากาศ) มาเป็นตัวช่วยในการเก็บรักษา อย่างไรก็ตาม คุณรู้หรือไม่ว่า… การใช้ถุงซีล ซองสุญญากาศอาจยังไม่ใช่ตัวเลือกที่ดีที่สุดในการยืดอายุอาหาร!

บทความนี้จะพาคุณไปเจาะลึกวิธีเลือก ถุง Vacuum ให้ตอบโจทย์สินค้าของคุณ พร้อมแนะนำเคล็ดลับการใช้ Active Packaging เทคโนโลยีโซลูชั่นที่จะช่วยยกระดับการรักษาความสดใหม่ ให้คุณเก็บรักษาอาหารได้ยาวนานและมีประสิทธิภาพยิ่งกว่าเดิม

สารบัญบทความ

ถุงซีลสุญญากาศ คืออะไร?

ถุงซีลสุญญากาศ (Vacuum Bag) คือ นวัตกรรมบรรจุภัณฑ์ยืดอายุอาหารที่ออกแบบมาใช้งานควบคู่กับเครื่องแพ็คอาหารแบบสุญญากาศ หรือเครื่องซีลสุญญากาศ (Vacuum Packing/Sealer Machine) เพื่อยืดอายุการเก็บรักษาอาหาร

หลักการทำงาน ระบบซีลสุญญากาศ (เครื่อง + ถุง):

  • กระบวนการทำงาน: เมื่อนำอาหารใส่ถุง เข้าเครื่องแพ็คอาหารแบบสุญญากาศแล้ว ปั๊มแวคคั่มจะทำการดูดอากาศออกให้ได้มากที่สุด แล้วจึงปิดผนึก (Seal) ด้วยความร้อนทันที
  • ระดับการลดออกซิเจนในบรรจุภัณฑ์:
    • ประสิทธิภาพของเครื่อง
      • เครื่องมาตรฐานอุตสาหกรรม: สามารถลด Residual Oxygen (ออกซิเจนที่ตกค้างในบรรจุภัณฑ์) จากสภาวะปกติ 20.9% ลงจนเกือบหมด เหลือเพียง 0.5 – 2.0 %
      • เครื่องใช้ในบ้าน (Home Use): เช่น เครื่องซีลปากถุง แม็คโคร ราคา ไม่แพง ลดออกซิเจนได้เหลือประมาณ 5-10 %
    • สมบัติต้านของอาหาร
               ปัจจัยที่ส่งผลต่อความสามารถในการทำสุญญากาศ นอกจากประสิทธิภาพของตัวเครื่องแล้ว “ตัวอาหาร” เองก็มีผลต่อการสร้างสภาวะสุญญากาศ เช่น:
    • โครงสร้างของอาหาร: อาหารที่มีรูพรุนหรือโครงสร้างซับซ้อนจะไล่อากาศออกได้ยากกว่า
    • ช่องว่าง (Void Volume): พื้นที่ว่างระหว่างชิ้นอาหารในถุง หากมีมากเกินไปจะต้านการดึงอากาศ ทำให้สุญญากาศไม่สมบูรณ์เท่าที่ควร
  • วัสดุพลาสติกพิเศษ (High Barrier)ตัวถุงสำหรับซีล สุญญากาศผลิตจากพลาสติกซ้อนกันหลายชั้น (Multilayer Plastic) ทำหน้าที่เป็น “กำแพง” ป้องกันไม่ให้อากาศจากภายนอกซึมกลับเข้าไปในถุงได้อีก

การถนอมอาหารโดยระบบซีลสุญญากาศให้มีประสิทธิภาพ ต้องเริ่มต้นจากการไล่อากาศออกด้วยเครื่องแพ็คซีลสุญญากาศที่ดี และจบที่การซีลปิดสนิทด้วยถุงซีลที่เป็น High Barrier เพื่อล็อคสภาวะสุญญากาศที่สร้างไว้เพื่อยืดอายุอาหารให้ได้นาน

ทำไมถึงต้องใช้ถุงซีลสุญญากาศในการจัดเก็บอาหาร?

เหตุผลหลักในการใช้ถุง Vacuum ในการจัดเก็บอาหารคือการ หยุดเสื่อมคุณภาพ ยืดเวลาให้กับอาหาร! เมื่อภายในซองสุญญากาศ ไม่มีออกซิเจนและความชื้นจากภายนอกเข้าไปสัมผัส อาหารจะหยุดการเสื่อมคุณภาพ ถุงสำหรับซีล สุญญากาศจึงช่วยคงความสดใหม่ได้นานขึ้น เมื่อเทียบกับการใส่ถุงพลาสติกทั่วไป

  • ยับยั้งการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์: แบคทีเรียและเชื้อราส่วนใหญ่ต้องใช้ออกซิเจนในการเติบโต เมื่อเรากำจัดอากาศออกไป จึงช่วยชะลอการเน่าเสียได้
  • ป้องกันการเกิดกลิ่นหืน (Oxidation): ช่วยลดปฏิกิริยาระหว่างไขมันในอาหารกับออกซิเจน รักษาคุณภาพไว้ได้นานขึ้น
  • รักษาความสดใหม่และสีสัน: ลดปฏิกิริยาออกซิเดชั่นของสีและกลิ่นหอมของอาหาร และป้องกันกลิ่นแปลกปลอมจากภายนอก

นอกจากนี้การใช้ ถุงซีลสุญญากาศ ซึ่งเป็นการแพ็คแบบ Skin-tight packaging (บรรจุภัณฑ์แบบแนบเนื้อ) ยังช่วย ป้องกันการเกิด Freezer Burn ช่วยป้องกันหน้าอาหารแห้งกระด้าง และรักษาเนื้อสัมผัสให้คงความชุ่มชื้นสำหรับอาหารแช่แข็ง และประหยัดพื้นที่ช่วยให้จัดเรียงและขนส่งได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น และหากใช้ร่วมกับเคล็ดลับเทคนิคการเก็บรักษาอาหารจะยิ่งช่วยให้เก็บอาหารได้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

ถุงซีลสุญญากาศมีประโยชน์อย่างไร ใช้งานแบบไหนได้บ้าง?

การใช้ซองสุญญากาศไม่ได้จำกัดอยู่แค่การถนอมอาหารเท่านั้น แต่ยังเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยเพิ่มมูลค่าในหลากหลายมิติ ดังนี้:

ประโยชน์หลักที่ผู้ประกอบการควรรู้:

  • เพิ่มกำไร ลดการสูญเสีย (Waste Reduction): ช่วยลดปริมาณอาหารที่ต้องทิ้งเนื่องจากเสียก่อนกำหนด (Shelf-life Extension)
  • คงคุณค่าทางโภชนาการ: วิตามินและสารอาหารไม่ถูกทำลายจากปฏิกิริยากับอากาศ รักษาคุณภาพอาหารได้นาน
  • เพิ่มโอกาสทางการตลาด: ช่วยให้สามารถส่งสินค้าไปจำหน่ายในระยะทางที่ไกลขึ้น ลดการตีกลับของสินค้า

ตัวอย่างการใช้งานที่หลากหลาย:

  • อาหารสด: เนื้อสัตว์ ลูกชิ้น ไส้กรอก และอาหารทะเล เพื่อคงความสดและสีสันที่น่ารับประทาน
  • อาหารแห้งและธัญพืช: ข้าวสาร ถั่ว เมล็ดกาแฟ เพื่อป้องกันมอด แมลง และกลิ่นเหม็นหืน (แนะนำให้ใช้ซีลสุญญากาศคู่กับเทคนิคการเก็บรักษาอาหารแห้ง)
  • อาหารปรุงสุกและอาหารแช่แข็ง: ป้องกันการเกิดผลึกน้ำแข็ง (Freezer Burn) ที่ทำให้เนื้อสัมผัสอาหารเสียไป
  • สินค้าที่ไม่ใช่อาหาร: เช่น ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ หรือเครื่องเงิน เพื่อป้องกันการเกิดสนิมและความหมองจากการทำปฏิกิริยากับอากาศและความชื้น (แนะนำให้ใช้ถุงซีลคู่กับ Active Packaging Solution เช่น ซิลิก้าเจล หรือ ซองดูดออกซิเจน)

ถุงซีลสุญญากาศ มีกี่แบบ

ถุงสุญญากาศ ใส่อาหาร (vacuum bag) (หรือที่มักค้นหาด้วยคำว่า ถุงสูญญากาศ และ ถุงศูนย์ยากาศ) แต่ละประเภทถูกออกแบบมาให้เหมาะกับเครื่องซีลและชนิดอาหารที่ต่างกัน ดังนี้:

ประเภทของถุงซีลสุญญากาศ

  • ถุง vacuum ลายนูน (Embossed Vacuum Bag): มีผิวสัมผัสขรุขระด้านหนึ่งเพื่อช่วยให้เครื่องซีลขนาดเล็ก (Home Use) ดูดอากาศออกได้ง่าย เหมาะกับเนื้อสัตว์สด ผักผลไม้ หรืออาหารแห้งในครัวเรือน
  • ถุง vacuum ผิวเรียบ (Smooth Vacuum Bag): เนื้อพลาสติกใสและเรียบทั้งสองด้าน นิยมใช้ในอุตสาหกรรม ได้ทั้งกับเครื่องซีลสุญญากาศระบบห้อง (Chamber Machine) และ เครื่องซีลสุญญากาศแบบลิ้นระดับอุตสาหกรรม (Heavy Duty Nozzle Vacuum Sealer)

ถุงสุญญากาศ ใส่อาหารมีรูปแบบการใช้งานที่หลากหลาย นอกเหนือจากลักษณะผิวสัมผัสที่แตกต่างกัน ผู้ใช้สามารถเลือกได้ทั้งแบบถุงสำเร็จรูปที่เน้นความสะดวก หรือแบบม้วนที่ปรับความยาวได้ตามขนาดสินค้า นอกจากนี้ยังมีดีไซน์พิเศษ เช่น แบบจีบข้าง (Gusseted Vacuum Bag) เพื่อเพิ่มพื้นที่บรรจุสำหรับสินค้าจำนวนมาก หรือแบบมีหูหิ้วเพื่อเพิ่มความสะดวกในการพกพา

เลือกถุงซีลอย่างไรให้ตอบโจทย์การยืดอายุอาหาร?

การเลือกถุงสุญญากาศ ใส่อาหารเป็นมากกว่าการมองหาขนาดที่พอดีหรือรูปลักษณ์ที่สวยงาม แต่คือการคัดสรร ‘เกราะป้องกัน’ ที่มีประสิทธิภาพที่สุดเพื่อรักษาคุณภาพสินค้า และนี่คือปัจจัยสำคัญที่ต้องพิจารณา:

  1. ประสิทธิภาพการป้องกันก๊าซ (Gas Barrier Properties)

วัสดุที่ใช้ทำชั้น Barrier ของ ถุง Vacuum มีผลโดยตรงต่อการป้องกันอากาศและกลิ่นภายนอกที่จะเข้ามาปนเปื้อน:

  • High Barrier (ระดับมาตรฐาน): เช่น
    • กลุ่ม Polyester เช่น PET (Polyethylene Terephthalate): มีคุณสมบัติกายภาพที่ดี ใส เบา และแข็งแรง ป้องกันการซึมการซึมผ่านของออกซิเจนและไอน้ำได้ดีปานกลาง
    • กลุ่ม PA (Polyamide) เช่น Nylon ที่มีสมบัติเด่นด้านความแข็งแรง เหนียว ทนการเจาะทะลุทิ่มแทง (Puncture Resistance) ได้ดี จึงเป็นที่นิยมใช้เป็นถุง Vacuum แม้ว่าจะสามารถป้องกันการซึมการซึมผ่านของออกซิเจนได้ดีเพียงปานกลาง และไม่สามารถป้องกันการซึมผ่านของไอน้ำซึมผ่านได้ (กันน้ำได้แย่กว่า PET และพลาสติกกลุ่ม Polyolefin เช่น PE หรือ PP)
  • Superior High Barrier (ระดับสูงสุด): เช่น
    • PVDC (Polyvinylidene Chloride) สามารถป้องกันการซึมการซึมผ่านของทั้งออกซิเจนและไอน้ำได้ดีเยี่ยม เหมาะสำหรับถุงสุญญากาศ ใส่อาหารที่ต้องการอายุการเก็บยาวนานมาก
    • EVOH (Ethylene Vinyl Alcohol) ช่วยป้องกันการซึมผ่านของออกซิเจนได้ดีเยี่ยม แต่ประสิทธิภาพจะตกลงทันทีหากเปียกหรือชื้น จึงมักสร้างเป็น Multi-Layer Structure เช่น PE / Tie / EVOH / Tie / Nylon / PE โดยออกแบบใช้ PE กันน้ำ, ใช้ Nylon ให้ความเหนียว, และใช้ EVOH หรือ PVDC ตรงกลางทำหน้าที่เป็นกำแพงกั้นก๊าซ (Gas Barrier) ที่แข็งแกร่งที่สุด
  1. ความหนา
  • ความหนามาตรฐาน (Standard Use): 70 – 90 ไมครอน
    • เหมาะสำหรับ: ถุง Vacuum อาหารทั่วไปที่ไม่มีส่วนแหลมคม เช่น เนื้อสัตว์หั่นชิ้น, ผักผลไม้, ไส้กรอก, ลูกชิ้น และชีส
    • จุดเด่น: ราคาประหยัดที่สุด และมีความยืดหยุ่นสูง แนบสนิทไปกับรูปทรงอาหารได้ดี
  • ความหนาปานกลาง (Heavy Duty): 100 – 120 ไมครอน
    • เหมาะสำหรับ: ถุงสำหรับซีล สุญญากาศอาหารที่มีความแข็งหรือมีขอบ เช่น ธัญพืช, ถั่ว, กาแฟคั่วเมล็ด หรือเนื้อสัตว์ที่มีกระดูกขนาดเล็ก
    • จุดเด่น: ลดความเสี่ยงในการถูกเจาะทะลุระหว่างการขนส่งหรือการวางซ้อนกัน
  • ความหนาพิเศษ (Super Heavy Duty): 150 – 200 ไมครอนขึ้นไป
    • เหมาะสำหรับ: Vacuum Bag อาหารมีกระดูกแหลมคม: เช่น ซี่โครงหมู, กุ้งที่มีกรีแหลม, ปู หรืออาหารทะเลเปลือกแข็ง ข้าวสาร
    • จุดเด่น: ลดความเสี่ยงในการถูกเจาะทะลุระหว่างการขนส่งหรือการวางซ้อนกัน
  1. อุณหภูมิที่ใช้งาน การเลือกใช้ถุงซีลสุญญากาศให้เหมาะกับกระบวนการผลิตหรือเก็บรักษาที่เหมาะสมเป็นเรื่องสำคัญมาก เพราะหากเลือกผิดประเภทพลาสติกอาจละลายปนเปื้อนสู่อาหาร (Migration) และแตกได้ (กรณีร้อนจัด) หรือถุงอาจกรอบแตกจนรั่ว (กรณีเย็นจัด) โดยทั่วไปแบ่งได้เป็น 3 กลุ่มหลักดังนี้
    • ซองสุญญากาศเกรดแช่แข็ง (Freezing Grade)
    • ซองสุญญากาศเกรดทนความร้อน (Sous-vide and Boilable Grade)
    • ซองสุญญากาศเกรดรีทอร์ท (Retort Pouch Grade)

ซีลสุญญากาศอย่างเดียว… อาจไม่ช่วยรักษาคุณภาพได้ 100% ยกระดับการยืดอายุด้วย Active Packaging

แม้การใช้เครื่องซีลสุญญากาศร่วมกับถุง Vacuum จะช่วยลดอากาศส่วนใหญ่ลงได้ แต่ในทางปฏิบัติมักจะมี “ออกซิเจนตกค้าง (Residual Oxygen)” หรือความชื้นที่สะสมอยู่ภายในจากตัวอาหารเอง ที่ทำให้อาหารเสียคุณภาพได้เร็วกว่าที่คิด

ยกระดับการถนอมอาหารสู่มาตรฐาน Active Packaging ด้วยโซลูชันจากผู้เชี่ยวชาญ เปลี่ยนมาใช้เทคโนโลยี Controlled Atmosphere Packaging (CAP) ตัวช่วยอัจฉริยะที่ใส่ลงไปพร้อมอาหาร เพื่อผลลัพธ์ที่สมบูรณ์แบบกว่าเดิม

  • BestKept (Oxygen Absorber): ซองดูดออกซิเจนที่จะช่วยกำจัดออกซิเจนส่วนเกินที่เครื่องแวคคั่มดูดออกไม่หมด ให้เหลือ 0% ตลอดระยะเวลาการเก็บ ป้องกันเชื้อราและเหม็นหืนได้ 100%
  • MaxxLive (Ethanol Emitter): ซองปลดปล่อยเอทานอล ปกป้องเบเกอรี่และขนมปังให้นุ่ม สดใหม่ ปราศจากเชื้อราโดยไม่ต้องใส่สารกันเสีย
  • KeepDri (Silica Gel): ซองกันชื้นคุณภาพสูง ปกป้องของแห้งให้กรอบนาน ไม่เกาะตัวเป็นก้อน
  • BeFresh (Ethylene Absorber): ซองดูดเอทิลีน ป้องกันผักผลไม้สุกและเหี่ยวเร็ว ยืดความสดให้นานขึ้น

 

ยกระดับธุรกิจอาหารของคุณวันนี้ ด้วยโซลูชัน Active Packaging ที่เหนือกว่าการซีลสุญญากาศทั่วไป

หลายคนอาจคิดว่าต้องลงทุนซื้อเครื่องซีลสุญญากาศราคาหลักแสนถึงจะยืดอายุอาหารได้ดี แต่ในความเป็นจริง การใช้เทคโนโลยี Active Packaging คือทางเลือกที่ดีกว่าทั้งในแง่ของต้นทุนและความรวดเร็วในการผลิต

ทำไม Active Packaging ถึงตอบโจทย์มากกว่าเครื่อง Vacuum ราคาแพง?

  • ประหยัดต้นทุนเครื่องจักร (Cost Saving): คุณไม่จำเป็นต้องลงทุนซื้อเครื่องซีลสุญญากาศอุตสาหกรรมราคาแพง เพียงใช้เครื่องซีลปากถุงทั่วไปควบคู่กับซอง Active Packaging เช่น BestKept หรือ MaxxLive ก็สามารถยืดอายุอาหารได้ดีกว่า
  • เพิ่มสปีดการผลิต (High Productivity): ระบบ Vacuum แบบเดิมต้องรอเครื่องดูดอากาศออกทีละซอง ซึ่งเสียเวลามาก แต่การใช้ Active Packaging คุณสามารถบรรจุและซีลปิดปากถุงได้ทันที ซองสารดูดซับจะทำงานด้วยตัวเองอยู่ภายในบรรจุภัณฑ์ ช่วยลดคอขวดในกระบวนการผลิต (Production Bottleneck) ได้อย่างมหาศาล
  • กำจัดออกซิเจนได้หมดจดกว่า: เครื่องซีลสุญญากาศ มักเหลือออกซิเจนตกค้าง 0.5 – 5% แต่ BestKept (Oxygen Absorber) สามารถลดออกซิเจนให้เหลือ น้อยกว่า 0.1% ซึ่งเป็นระดับที่เชื้อราและแบคทีเรียที่ใช้ออกซิเจนไม่สามารถเจริญเติบโตได้ ปิดจุดอ่อนเครื่องซีลสุญญากาศได้ด้วย Active Packaging
  • ถนอมเนื้อสัมผัสอาหารได้ดีกว่า: อาหารบางชนิด เช่น ขนมปัง หรือเบเกอรี่ หากใช้ระบบ Vacuum จะทำให้ขนมเสียรูปทรงและเนื้อแน่นแข็ง แต่การใช้ซอง MaxxLive (Ethanol Emitter) จะช่วยยับยั้งราได้โดยที่ขนมยังนุ่มฟู ชุ่มชื้น และคงรูปทรงสวยงามไว้ได้ 100%

พร้อมหรือยังที่จะยกระดับมาตรฐานสินค้าของคุณ? ไม่ว่าคุณจะเผชิญปัญหาการเน่าเสียในรูปแบบใด ทีม Alpine Foods คือ One-Stop-Service for Active Packaging ที่พร้อมให้คำปรึกษาเชิงเทคนิค วิเคราะห์ปัญหา และนำเสนอโซลูชันที่ประหยัดต้นทุนที่สุด เพื่อให้สินค้าของคุณส่งถึงมือผู้บริโภคด้วยคุณภาพสูงสุดเสมือนเพิ่งออกจากโรงงาน ติดต่อเราถ้าคุณพร้อมที่จะยืดอายุอาหารอย่างมีประสิทธิภาพ

เอกสารอ้างอิง

  • รศ.ดร.ธีรนันท์ เจนจรัสสกุล, 2020. “Packaging for Extending Shelf Life”. Special Food Talks 2020 on Food Processing: Preservation Technology Series เทคโนโลยีการแปรรูปและถนอมอาหารเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม ยุควิกฤติเศรษฐกิจและโควิด-19. ทาง Food Innopolis เมืองนวัตกรรมอาหาร-FI Channel. https://www.youtube.com/watch?v=_tBygz67kDk
  • ธีรนันท์ เจนจรัสสกุล, 2024. สมาคมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีทางอาหารแห่งประเทศไทย (FoSTAT). หลักสูตร Active & Intelligent Packaging for Shelf Life Extension. 
  • Theeranun Janjarasskul & Panuwat Suppakul (2018). Active and intelligent packaging: The indication of quality and safety. Critical Reviews in Food Science and Nutrition, 58:5, 808-831. DOI: 10.1080/10408398.2016.1225278

เขียนโดย
ดร.ธีรนันท์ เจนจรัสสกุล
อดีตรองศาสตราจารย์ ภาควิชาเทคโนโลยีทางอาหาร คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

Talk to us for expert advice

Our technical team will help you choose the right solution for your food products.

Call 02 881 0611-3Chat on LINE